ซอฟต์แวร์ประยุกต์และการใช้งาน

ซอฟต์แวร์ประยุกต์ (Application software)

เป็นซอฟต์แวร์ที่พัฒนาขึ้น เพื่อประยุกต์ใช้ตามความต้องการของผู้ใช้งานและสามารถนำมาใช้
ประโยชน์กับงานเฉพาะอย่าง หรือเฉพาะด้าน โดยซอฟต์แวร์ประยุกต์นั้น จำเป็นต้องทำงาน
ภายใต้สภาพแวดล้อมของซอฟต์แวร์ระบบ ดังนั้นซอฟต์แวร์ประยุกต์จึงได้รับความนิยม
ใช้งานอย่างแพร่หลายในทุกวงการ

ซึ่งความนิยมส่วนหนึ่งมาจากความสามารถของซอฟต์แวร์ประยุกต์ เนื่องจากผู้พัฒนาซอฟต์แวร์
ส่วนใหญ่ มีการแข่งขันกันมากขึ้น ในหลายๆ ด้านเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้งาน ได้แก่

  1. ด้านการเรียนรู้และใช้งานได้ง่าย
  2. รองรับให้ใช้กับเครื่องพิมพ์ได้ดี
  3. มีคู่มือการใช้ซอฟต์แวร์ที่อ่านเข้าใจง่าย
  4. แสดงขั้นตอนวิธีและอธิบายได้อย่างชัดเจน
  5. มีการจัดเก็บข้อมูลที่เป็นระเบียบและถูกต้อง
  6. มีระบบโอนย้ายข้อมูลเข้าออกกับซอฟต์แวร์อื่นได้ง่ายและรวดเร็ว

จากเหตุผลดังกล่าวจะเห็นว่าซอฟต์แวร์ในปัจจุบัน มีความสามารถและประสิทธิภาพใน
การทำงานสูงและมีราคาถูกกว่าซอฟต์แวร์ในอดีต จึงทำให้จำนวนซอฟต์แวร์มีจำนวนมากขึ้น
อย่างรวดเร็วและสามารถประยุกต์ใช้กับงานในด้านต่างๆ ได้มากขึ้น

ประเภทของซอฟต์แวร์ประยุกต์ (Application Software) มี 2 ประเภท คือ
1. ซอฟต์แวร์สำหรับงานทั่วไป (General purpose Software) หรือซอฟต์แวร์สำเร็จรูป
(Package Software)

เป็นซอฟต์แวร์ที่บริษัทคอมพิวเตอร์ต่างๆ ได้สร้างขึ้น และวางขายทั่วไปในท้องตลาด
โดยผู้ใช้สามารถหาซื้อมาประยุกต์ใช้งานทั่วไปได้ ซึ่งซอฟต์แวร์ประเภทนี้ไม่ได้มุ่งเน้นเฉพาะ
สำหรับงานใดงานหนึ่ง แต่ผู้ใช้งานจะต้องเป็นผู้นำไปประยุกต์ใช้กับงานของตน โดยผู้ใช้
อาจต้องมีการสร้างหรือพัฒนาชิ้นงานขึ้นเองภายใต้ซอฟต์แวร์ที่ต้องการ ส่วนราคาของ
ซอฟต์แวร์ใช้งานทั่วไปนี้จะไม่สูงมากและบางซอฟต์แวร์ก็สามารถดาวน์โหลดได้ฟรี
โดยซอฟต์แวร์ใช้งานทั่วไปจะนิยมเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ซอฟต์แวร์สำเร็จ ยกตัวอย่างเช่น

– ซอฟต์แวร์ประมวลผลคำ (word processing software) 

ซอฟต์แวร์ประมวลคำเป็นซอฟต์แวร์ในการนำตัวอักษรมาเรียงต่อเป็นคำ ประโยคหรือย่อหน้า
คล้ายการใช้เครื่องพิมพ์ดีดพิมพ์ข้อความบนกระดาษ แต่ต่างกันที่ตัวอักษรที่พิมพ์หรือป้อน
เข้าทางแป้นพิมพ์อักขระ(Keyboard) จะเข้าไปเก็บอยู่ในหน่วยความจำของคอมพิวเตอร์
ทำให้สามารถแก้ไขดัดแปลงได้ง่าย ภายใต้ข้อกำหนดของซอฟต์แวร์ผู้ใช้สามารถกำหนดปรับ
แต่งรูปแบบได้ตามต้องการ เช่น การกำหนดเส้นกั้นหน้าและกั้นหลัง กั้นบนและกั้นล่าง เมื่อมีการ
แก้ไขจนเสร็จ สามารถสั่งพิมพ์เอกสารออกทางเครื่องพิมพ์ได้หลายชุดตาม ความต้องการของ
ผู้ใช้งานได้ ซึ่งเอกสารที่พิมพ์จากเครื่องพิมพ์ จะมีคุณภาพดีไม่มีรอยเปื้อนจากการแก้ไข
ดัดแปลง เช่น ไมโครซอฟต์เวิร์ด (Microsoft Word)

– ซอฟต์แวร์ตารางทำงาน (spread sheet software) 

ซอฟต์แวร์ตารางทำงานเป็นซอฟต์แวร์ที่ช่วยในการคิดคำนวณ การทำงานของซอฟต์แวร์
ตารางนั้นจะมีช่องว่างให้ใส่ตัวเลข ข้อความหรือสูตรทางคณิตศาสตร์ ซึ่งสามารถสั่งให้คำนวณ
ตามสูตรหรือเงื่อนไขที่กำหนด โดยผู้ใช้ซอฟต์แวร์ตารางทำงานสามารถประยุกต์ใช้งาน
ประมวลผลตัวเลขอื่น ๆ ได้กว้างขวาง อีกทั้งยังสามารถสร้างแผนภูมิ กราฟต่างๆ เช่น กราฟแท่ง
กราฟวงกลม เป็นต้น ตามข้อมูลที่ผู้ใช้ต้องการนำเสนอ ซึ่งซอฟต์แวร์ตารางทำงานที่นิยมใช้
เช่น ไมโครซอฟต์เอกซ์เซล (Microsoft Excel) โลตัส เป็นต้น

– ซอฟต์แวร์จัดการฐานข้อมูล (data base management software)

เป็นซอฟแวร์ที่ใช้สำหรับเก็บข้อมูล และจัดการกับข้อมูลที่จัดเก็บในคอมพิวเตอร์
ซึ่งซอฟต์แวร์จะจัดการข้อมูล โดยการรวบรวมข้อมูลหลาย ๆ เรื่องที่เกี่ยวข้องกันไว้ใน
คอมพิวเตอร์ ที่เราเรียกว่าฐานข้อมูล (Database) ซึ่งฐานข้อมูลจะประกอบด้วยกลุ่มการจัดการ
ข้อมูล สำหรับผู้ใช้หนึ่งคนหรือหลายๆ คน โดยทั่วไปมักอยู่ในรูปแบบดิจิทัล วิธีการแบ่งชนิด
ของฐานข้อมูลในรูปแบบหนึ่งคือแบ่งตามชนิดของเนื้อหา เช่น บรรณานุกรม, เอกสารตัวอักษร,
สถิติ โดยฐานข้อมูลดิจิทัลจะถูกจัดการโดยใช้ระบบจัดการฐานข้อมูลซึ่งเก็บเนื้อหาฐานข้อมูล
โดยอนุญาตให้สร้าง, ดูแลรักษา, ค้นหา และการเข้าถึงในรูปแบบอื่นๆ เพราะฉะนั้นซอฟต์แวร์
จัดการฐานข้อมูล จึงช่วยในการเก็บ การเรียกค้นหาข้อมูลมาใช้งาน และสามารถทำรายงาน
สรุปผลจากข้อมูล เป็นต้น ซึ่งซอฟต์แวร์จัดการฐานข้อมูลที่นิยมใช้ เช่น ไมโครซอฟต์เอกเซส
(Microsoft Access) ดีเบส พาราด็อก ฟ๊อกเบส เป็นต้น

– ซอฟต์แวร์นำเสนอ (presentation software)

ซอฟต์แวร์เป็นซอฟต์แวร์ที่ใช้สำหรับ การนำเสนอข้อมูลได้ง่ายและสะดวกรวดเร็ว ซึ่งทำให้การ
นำเสนอมีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น ซึ่งซอฟต์แวร์เหล่านี้เป็นซอฟต์แวร์ที่สามารถแสดงข้อความ
ในลักษณะที่สื่อความได้ง่าย ด้วยเครื่องมือสำเร็จที่ซอฟต์แวร์มีให้ใช้งาน ซอฟต์แวร์นำเสนอ
สามารถสร้างสไลด์โดยประกอบด้วย ตัวอักษร รูปภาพ กราฟ แผนภูมิ ตาราง ภาพเคลื่อนไหว
เสียงและอื่นๆ ซอฟต์แวร์นำเสนอ ทั้งซอฟต์แวร์ชุดปลาดาวหรือซอฟต์แวร์ของไมโครซอฟต์
เพาเวอร์พอยต์นั้นมีรูปแบบการใช้งานที่ง่าย ซอฟต์แวร์นำเสนอของชุดปลาดาวสามารถ
เปิดแฟ้มที่สร้างจากไมโครซอฟต์เพาเวอร์พอยต์มาแก้ไขได้ ซอฟต์แวร์นำเสนอสามารถตกแต่ง
และนำเสนอสไลด์ด้วยรูปแบบต่างๆ เช่น การใส่และตกแต่งพื้นหลังของสไลด์ วาดภาพโดย
ใช้เครื่องมือสำเร็จที่ซอฟต์แวร์มีให้ ตกแต่งตัวอักษรและเลือกรูปแบบการแสดงตัวอักษรและ
สไลด์ ตัวอย่างของซอฟต์แวร์นำเสนอ เช่น ไมโครซอฟต์เพาเวอร์พอยต์
(Microsoft Powerpoint) โลตัสฟรีแลนซ์ และ ซอฟต์แวร์นำเสนอของชุดซอฟต์แวร์ปลาดาว
เป็นต้น
– ซอฟต์แวร์จัดการด้านกราฟิกและมัลติมีเดีย

ซอฟต์แวร์สำหรับจัดการด้านกราฟิก เป็นซอฟต์แวร์ที่ทำหน้าที่ช่วยในการวาดรูป เช่น ปากกา
ช่วยวาดลายเส้น พู่กันระบายสี และยางลบช่วยลบลายเส้นหรือสีที่ไม่ต้องการได้ นอกจากนี้
สามารถนำแฟ้มข้อมูลที่เป็นรูปภาพที่ถ่ายโดยใช้กล้องถ่ายรูปดิจิตอลมาแก้ไขตกแต่งได้
โดยซอฟต์แวร์จะมีเครื่องมือที่สามารถปรับเปลี่ยนความเข้มของแสง ปรับเปลี่ยนความแตกต่าง
ของสีวัตถุในภาพ นอกจากนี้สามารถตัดแปะองค์ประกอบของภาพหลายๆ ภาพมาสร้างเป็นภาพ
ใหม่ได้เหมือนการสร้างศิลปะ และสามารถเปลี่ยนลักษณะของภาพ ลักษณะของสีให้มีพื้น
สีแบบต่างๆ ได้ ซอฟต์แวร์จัดการด้านกราฟิกที่เป็นที่นิยม เช่น ไมโครซอฟท์โฟโต้ชอป
(Photoshop) โปรแกรมเพนท์บรัช (Paint Brush) เพนท์ชอป (Paint Shop) เป็นต้น โดยข้อดี
ของซอฟต์แวร์จัดการด้านกราฟิกบางโปรแกรม   สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์นำเข้าสแกนเนอร์
เพื่อจัดการนำเข้าข้อมูล โดยแปลงข้อมูลรูปภาพให้เป็นข้อมูลแบบดิจิตอล และจัดเก็บข้อมูล
ในรูปของแฟ้มข้อมูลเพื่อนำมาแก้ไขต่อไป

2.  ซอฟต์แวร์สำหรับงานเฉพาะด้าน (Special Purpose Software)
เป็นซอฟแวร์ที่พัฒนาขึ้นเพื่อนำไปประยุกต์ใช้กับงานขององค์กรใดองค์กรหนึ่งโดยเฉพาะ
หรือออกแบบและพัฒนาสำหรับนำไปใช้งานเฉพาะด้าน ขึ้นโดยผู้ผลิตซอฟแวร์ที่มีความชำนาญ
ในด้านนั้นๆ โดยที่ผู้เขียนหรือพัฒนาซอฟแวร์นี้ขึ้นเรียกว่า โปรแกรมเมอร์ (Programmer)
โดยผ่านการวิเคราะห์ (Analysis) ออกแบบ (Design) พัฒนา (Implement) และทดสอบ
(Testing) และทำให้โปรแกรมสามารถทำงานได้ถูกต้องก่อนที่จะนำมาใช้งาน
โดยโครงสร้างของซอฟต์แวร์เฉพาะทางมักจะประกอบด้วย ฐานข้อมูลเพื่อใช้เก็บข้อมูลต่างๆ
เช่นข้อมูลลูกค้า ข้อมูลพนักงาน ข้อมูลรายได้ เป็นต้น ซึ่งงานหลักของซอฟต์แวร์ใช้งาน
เฉพาะทาง จะประกอบด้วยส่วนทำงานต่างๆ ได้นี้

  • ส่วนทำงานประมวลคำเพื่อใช้สร้างรายงาน
  • ส่วนติดต่อโต้ตอบจดหมาย
  • ส่วนการนัดหมายตามกำหนด

ซึ่งจะเห็นว่าลักษณะของซอฟต์แวร์เฉพาะทางนี้ มีทั้งรูปแบบที่มีผู้ใช้งานคนเดียวหรือ
ผู้ใช้งานได้พร้อมกันหลายคน ขึ้นอยู่กับขนาดของงานที่จะทำว่ามีขนาดใหญ่มากน้อยเพียงใด
เป็นต้น ยกตัวอย่างเช่น

– ซอฟต์แวร์สำหรับงานธุรกิจ (business software) 
การประยุกต์ใช้งานด้วยซอฟต์แวร์สำหรับงานธุรกิจมักเน้นการใช้งานทั่วไป แต่อาจจะนำ
มาประยุกต์ใช้โดยตรงกับงานธุรกิจบางอย่างได้ ยกตัวอย่างเช่น
– ซอฟต์แวร์ระบบธนาคาร
– ซอฟต์แวร์ระบบงานด้านบัญชี
– ซอฟต์แวร์ระบบงานจัดจำหน่าย เป็นต้น

ดังนั้นจึงมีการพัฒนาซอฟต์แวร์ใช้งานเฉพาะสำหรับงานแต่ละประเภทให้ตรงกับความต้องการ
ของผู้ใช้แต่ละโดยซอฟต์แวร์สำหรับงานธุรกิจมักจะเป็นซอฟต์แวร์ที่ผู้พัฒนาต้องเข้าไปศึกษา
รูปแบบการทำงานหรือความต้องการของธุรกิจนั้น แล้วจึงสามารถจัดทำขึ้นได้ โดยทั่วไปจะเป็น
ซอฟต์แวร์ที่มีหลายส่วนทำงานร่วมกัน ซอฟต์แวร์ที่ใช้งานที่ใช้กันในธุรกิจ เช่น ระบบงานทาง
ด้านบัญชี ระบบจัดจำหน่าย ระบบงานสินค้าคงคลัง ระบบงานบริหารการเงิน เป็นต้น

– ซอฟต์แวร์ระบบงานด้านบัญชี
ซอฟต์แวร์ในลักษณะนี้ส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับธุรกรรมทางการเงิน ซึ่งรายละเอียดหรือ
ข้อมูลทั้งหมดจะถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล และสามารถดึงข้อมูลมาคำนวณตามความต้องการของ
ผู้ใช้งานได้  ได้แก่ ระบบงานบัญชีเจ้าหนี้ บัญชีลูกหนี้ บัญชีสินทรัพย์ถาวรและค่าเสื่อมราคา
สะสม บัญชีแยกประเภททั่วไป และบัญชีเงินเดือน เป็นต้น

ซอฟต์แวร์ระบบงานจัดจำหน่าย
ซอฟต์แวร์จะมีหน้าที่หลัก คือ การซื้อขายสินค้า เป็นหลัก โดยมีการเก็บข้อมูลในลักษณะ
ของจำนวนสินค้าที่มีอยู่และสินค้าที่ขายออกไปในแต่ละวัน ซึ่งมีการเก็บข้อมูลรายได้ในแต่ละ
การขายแต่ละครั้ง เป็นต้น ได้แก่ ระบบงานรับใบสั่งซื้อสินค้า ระบบงานบริหารสินค้าคงคลัง และ
ระบบงานประวัติการขาย

ซอฟต์แวร์ระบบงานในโรงงานอุตสาหกรรม

เป็นซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวกับการควบคุมการผลิตสินค้าต่างๆ ของโรงงานอุตสาหกรรม โดยมี
การเก็บรวบรวมข้อมูลในส่วนของวัตถุดิบหรือการนำเข้า ส่วนการผลิตหรือการประมวลผล และ
ส่วนผลผลิตหรือส่วนนำออก ซึ่งสามารถเห็นข้อมูลทั้งหมด ในการทำงานของการผลิตสินค้า
แต่ละอย่างได้อย่าง ชัดเจนและถูกต้องได้แก่ ระบบงานกำหนดโครงสร้างผลิตภัณฑ์
การวางแผนกำลังการผลิต การคำนวณต้นทุนของงาน การประเมินผลงานของพนักงาน
การวางแผนการผลิตหลัก การวางแผนความต้องการวัสดุ การควบคุมการทำงานภายในโรงงาน
การกำหนดเงินทุนมาตรฐานสินค้า และการกำหนดขั้นตอนการผลิต

ซอฟต์แวร์อื่น ๆ
เป็นซอฟต์แวร์ที่พัฒนาขึ้นให้ใช้กับงานที่เฉพาะเจาะจง และมีคุณลักษณะการทำงาน
พิเศษที่ใช้กับงานเฉพาะด้าน และต้องใช้ความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษในงานด้านนั้นๆ
ซึ่งซอฟต์แวร์อื่นๆ ยังมีอีกมากมายที่มนุษย์พัฒนาขึ้นมาเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกใน
การทำงาน ให้มีความถูกต้องแม่นยำและมีความรวดเร็วในการทำงาน
ได้แก่ โปรแกรมช่วยค้นหาคำศัพท์ โปรแกรมเพื่อความบันเทิง ระบบการสร้างรายงาน
การบริหารการเงิน การเช่าซื้ออสังหาริมทรัพย์ และการเช่าซื้อรถยนต์ เป็นต้น